ใช้ไฟกลางวันหรือกลางคืน เลือกโซลาร์อย่างไร?
ใช้ไฟกลางวันกับกลางคืนมีผลต่อการเลือกโซลาร์เซลล์อย่างไร? เข้าใจการใช้ไฟที่ผลิตเอง ทางเลือกแบตเตอรี่ และข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนประเมินกับ Amust Solar
ใช้ไฟกลางวันกับกลางคืนต่างกันอย่างไร เมื่อต้องวางแผนโซลาร์
บ้านสองหลังมีค่าไฟใกล้เคียงกัน ไม่ได้แปลว่าควรติดโซลาร์เซลล์ขนาดเท่ากันเสมอไป เพราะนอกจากจำนวนหน่วยไฟที่ใช้แล้ว “ช่วงเวลาที่ใช้ไฟ” ยังมีส่วนสำคัญต่อการออกแบบระบบและการประเมินประโยชน์ที่จะได้รับ
หากกำลังเปรียบเทียบระบบสำหรับบ้าน อาคาร หรือธุรกิจ ลองเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า อุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมากของคุณทำงานเวลาไหน และช่วงเวลานั้นตรงกับตอนที่โซลาร์ผลิตไฟหรือไม่
ทำไมเวลาใช้ไฟจึงสำคัญ?
แผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟจากแสงอาทิตย์ ปริมาณไฟที่ผลิตได้จึงเปลี่ยนไปตามสภาพแสงและหน้างาน ช่วงหลังพระอาทิตย์ตก ระบบจึงไม่สามารถอาศัยแผงผลิตไฟแบบเดียวกับช่วงกลางวันได้ แนวทางของ EECA แนะนำให้ตรวจสอบช่วงเวลาที่ใช้ไฟมากควบคู่กับปริมาณการใช้ไฟก่อนวางแผนระบบ
การใช้ไฟจากโซลาร์ภายในสถานที่ขณะที่ระบบกำลังผลิต เรียกว่าการใช้ไฟที่ผลิตได้เอง หรือ self-consumption ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการซื้อไฟจากโครงข่ายสำหรับโหลดส่วนนั้น หากต้องการนำพลังงานไปใช้ภายหลัง จะต้องพิจารณาทางเลือกด้านการจัดเก็บและองค์ประกอบระบบเพิ่มเติม
ใช้ไฟกลางวันเป็นหลัก: ดูให้ตรงกับช่วงผลิตจริง
บ้านที่มีคนทำงานจากบ้าน ร้านค้าที่เปิดกลางวัน หรือสำนักงานที่ใช้อุปกรณ์ต่อเนื่องระหว่างวัน มักมีโหลดที่สามารถนำมาประเมินร่วมกับการผลิตของโซลาร์ได้ เช่น เครื่องปรับอากาศ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สำหรับงานประจำ
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ใช้กลางวัน” ยังไม่ละเอียดพอที่จะยืนยันขนาดระบบ ควรแจ้งว่าเริ่มใช้งานกี่โมง มีช่วงพักหรือไม่ และอุปกรณ์ทำงานต่อเนื่องหรือเป็นครั้งคราว ธุรกิจที่เปิดเฉพาะวันทำงานก็ควรแจ้งรูปแบบวันหยุด เพื่อให้การประเมินไม่ถือว่าทุกวันใช้ไฟเท่ากัน
ทีมออกแบบควรพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างโหลดกับการผลิต ไม่ใช่นับรวมกำลังไฟบนฉลากของเครื่องใช้ทุกชิ้นแล้วถือว่าทั้งหมดทำงานพร้อมกันตลอดวัน
ใช้ไฟกลางคืนมาก: ยังต้องดูว่ากลางวันใช้เท่าไร
บ้านที่สมาชิกออกไปทำงานและกลับช่วงเย็น อาจใช้ไฟหลักกับแอร์ การทำอาหาร หรือชาร์จรถในช่วงหลังพระอาทิตย์ตก แต่ก็อาจมีโหลดพื้นฐานทำงานกลางวันอยู่ด้วย
จึงไม่ควรสรุปทันทีว่าบ้านกลุ่มนี้ติดโซลาร์ไม่ได้ หรือจำเป็นต้องมีแบตเตอรี่ทุกกรณี ควรแยกการใช้ไฟแต่ละช่วงให้เห็นก่อน แล้วเปรียบเทียบขนาดระบบ ทางเลือกจัดเก็บพลังงาน และค่าใช้จ่ายที่สอดคล้องกับเป้าหมายจริง
แบตเตอรี่สามารถเก็บพลังงานส่วนเกินที่ระบบผลิตไว้ใช้ภายหลังได้ แต่การเลือกต้องพิจารณาทั้งปริมาณพลังงานที่ต้องการใช้ ความสามารถของอุปกรณ์ และงบประมาณ ไม่ควรตัดสินจากยอดค่าไฟอย่างเดียว [3]
ตัวอย่าง: ใช้ไฟวันละเท่ากัน แต่โหลดต่างช่วง
สมมติบ้าน A และบ้าน B ใช้ไฟรวมวันละ 30 kWh เท่ากัน บ้าน A ใช้ 20 kWh ในช่วงที่มีแสงและอีก 10 kWh ช่วงอื่น ส่วนบ้าน B ใช้ 8 kWh ในช่วงที่มีแสงและอีก 22 kWh ช่วงอื่น
ตัวอย่างนี้แสดงเพียงว่าพลังงานรวมเท่ากันอาจมีรูปแบบการใช้ต่างกัน ยังนำไปสรุปขนาดระบบหรือผลประหยัดไม่ได้ แม้บ้าน A จะใช้ไฟมากในช่วงที่มีแสง ก็ต้องดูว่าโหลดเกิดขึ้นเวลาใด และระบบผลิตได้มากน้อยแค่ไหนในเวลาเดียวกันด้วย
หากมีข้อมูลการใช้ไฟเป็นช่วงเวลาอยู่แล้ว จะช่วยให้ทีมออกแบบพิจารณาได้ละเอียดกว่าการแบ่งเพียง “กลางวัน” กับ “กลางคืน” ตัวเลขในตัวอย่างนี้เป็นข้อมูลสมมติ ไม่ใช่ผลประเมินของลูกค้าหรือสูตรเลือกขนาดระบบ
ปรับเวลาใช้อุปกรณ์บางอย่างได้หรือไม่?
แนวทางของหน่วยงานพลังงานออสเตรเลียแนะนำให้ใช้เครื่องใช้บางชนิดในช่วงที่ระบบมีการผลิต เพื่อเพิ่มการใช้ไฟโซลาร์ภายในสถานที่ เช่น การตั้งเวลางานที่เลื่อนช่วงได้ หรือชาร์จรถขณะมีพลังงานส่วนเกิน [4]
สำหรับการใช้งานจริง ควรเลือกเฉพาะกิจกรรมที่ย้ายเวลาได้สะดวกและปลอดภัย เช่น การซักผ้าในวันที่มีคนอยู่บ้าน แทนการสมมติว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมทุกอย่างทันที ไม่ควรเปิดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นเพื่อใช้ไฟให้หมด เพราะเป้าหมายคือใช้พลังงานให้เหมาะกับความต้องการ
หากอุปกรณ์มีการตั้งเวลา ควรปฏิบัติตามคู่มือและเงื่อนไขการใช้งานของอุปกรณ์นั้น ส่วนการแก้ไขระบบไฟหรือเพิ่มวงจรควรให้ผู้มีความชำนาญดำเนินการ
แบตเตอรี่กับไฟสำรอง เป็นคำถามที่ต้องแยกกัน
การมีแบตเตอรี่เพื่อย้ายพลังงานจากกลางวันไปใช้ช่วงเย็น กับความต้องการให้อุปกรณ์ทำงานระหว่างไฟดับ ไม่ใช่ข้อกำหนดเดียวกันทั้งหมด หน่วยงานพลังงานออสเตรเลียระบุว่าการสำรองไฟระหว่างไฟดับต้องมีการออกแบบและตั้งค่าระบบให้รองรับด้วย [4]
ก่อนเลือกอุปกรณ์ ควรแจ้งว่าอยากสำรองโหลดอะไร ต้องการใช้นานเพียงใด และยอมให้มีข้อจำกัดอะไรได้บ้าง แล้วให้ทีมงานอธิบายขอบเขตการทำงานของระบบที่เสนอ ไม่ควรเข้าใจว่าติดแบตเตอรี่แล้วเครื่องใช้ทุกอย่างในบ้านจะทำงานได้ตามปกติโดยอัตโนมัติ
เก็บข้อมูลแบบง่าย ๆ ก่อนขอประเมิน
ลองจดกิจวัตรของวันทำงานและวันหยุด โดยระบุอุปกรณ์หลัก เวลาเริ่มและหยุดใช้งาน รวมถึงรายการที่มีแผนเพิ่มในอนาคต เช่น รถ EV ห้องทำงาน หรือเครื่องจักร หากมีข้อมูลจากแอปมิเตอร์หรือระบบติดตามอยู่แล้ว สามารถส่งประกอบได้
ส่งบิลค่าไฟที่มีอยู่ พร้อมประเภทสถานที่ ที่อยู่หรือพิกัด และเป้าหมายที่ต้องการ เช่น เน้นลดไฟที่ซื้อกลางวัน หรือสนใจนำพลังงานไปใช้หลังพระอาทิตย์ตก ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เริ่มประเมินโดยไม่ต้องเดาขนาดระบบเอง
วางแผนจากชีวิตจริงกับ Amust Solar
ระบบที่เหมาะสมควรสอดคล้องกับวิธีใช้ไฟของเจ้าของสถานที่ ทั้งในปัจจุบันและแผนที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง การรู้ว่าใช้ไฟเมื่อไรช่วยให้เปรียบเทียบข้อเสนอได้ตรงประเด็นมากกว่าดูเฉพาะจำนวนแผงหรือยอดเงินลงทุน
Amust Solar ให้คำปรึกษา ออกแบบและติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ พร้อมบริการจัดหาอุปกรณ์ ตรวจเช็ก และบำรุงรักษา เริ่มต้นได้ที่หน้า “ขอประเมินราคาเบื้องต้น” แล้วแจ้งรูปแบบการใช้ไฟให้ทีมงานช่วยประเมินแนวทางสำหรับคุณ
